“ทหาร”จี้กรมอุทยานฯ-ป่าไม้ฟันนายทุนรุกป่า “เพชรบูรณ์-พิษณุโลก” ปลูกยางฯกว่าแสนไร่

  โพสเมื่อ: วันอาทิตย์ 20 ตุลาคม 2013, หมวดหมู่ ข่าว เข้าดู 349 ครั้ง

241787

 

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.  ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่า  นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ รองอธิบดีกรมอุทยานฯ ปฎิบัติราชการแทนอธิบดีกรมอุทยานฯ  ได้ลงนามในหนังสือส่งไปยังส่วนงานราชการในสังกัดทั่วประเทศ  โดยหนังสือมีใจความระบุว่า สืบเนื่องจากศูนย์ประสานงานการปฏิบัติที่ 4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (ศปป.4 กอ.รมน.) ได้มีหนังสือด่วนมาก มายังกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ แจ้งว่า ศปป.4 กอ.รมน. ได้ออกปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่รับผิดชอบพื้นที่ และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ที่มีกลุ่มนายทุนผู้มีอิทธิพล เข้าบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ใน จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งในรายงานผลการตรวจสอบพื้นที่ ศปป.4 กอ.รมน.ได้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่มีพฤติกรรมเลือกปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติต่อผู้กระทำความผิด กรมอุทยานฯ ได้พิจารณาแล้วเห็นควรให้ทุกหน่วยงานกำชับเจ้าหน้าที่ในสังกัดทุกท่านให้ปฎิบัติหน้าที่โดยยึดหลักของความถูกต้องเป็นธรรม โปร่งใสและตรวจสอบได้และหมั่นกำชับให้เจ้าหน้าที่ในบังคับบัญชาตรวจสอบและดำเนินการตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หนังสือดังกล่าวอ้างถึงเอกสารรายงานของ ศปป.4 กอ.รมน.    สาระสำคัญระบุ ว่า ศปป.4 กอ.รมน.  ได้รับเรื่องร้องเรียน และได้รับรายงานจากแหล่งข่าวว่ามีนายทุนและผู้มีอิทธิพล เข้าไปบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ  ใน จ.เพชรบูรณ์ เพื่อยึดถือครอบครองเข้าทำประโยชน์ และปลูกยางพาราเป็นจำนวนมากในหลายพื้นที่ จึงมอบหมายให้ พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายแผน  สผป.ศปป.4 กอรมน. ประสานการปฏิบัติกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่ กอ.รมน.เพชรบูรณ์ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลจากการตรวจสอบพื้นที่มีข้อสังเกตสำคัญเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ และได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ป่าไม้  โดยทาง ศปป.4 กอ.รมน. มีข้อพิจารณาคือ การเข้าตรวจสอบพื้นที่บุกรุกใน จ.เพชรบูรณ์หลายจุด ในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย. ที่ผ่านมา  เจ้าหน้าที่ป่าไม้ร่วมตรวจสอบบันทึกค่าพิกัดจีพีเอสไม่ตรงตามความจริง และพื้นที่ถูกบุกรุกบางจุดไม่มีการบันทึก แสดงให้เห็นว่ามีเจตนาปกปิดซ่อนเร้น ทำให้ผลการตรวจสอบพื้นที่ป่าไม้แต่ละแห่งมีจำนวนน้อยกว่าความเป็นจริงมาก  รวมทั้งไม่มีการจับกุมพื้นที่บุกรุกใหม่ โดยอ้างว่าจะมาดำเนินการในภายหลัง ทั้งที่สามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่จากส่วนกลาง ดังนั้นทาง ศปป.4 กอ.รมน. จึงเห็นสมควรรายงานให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯทราบ เพื่อดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวอย่างครบถ้วน ถูกต้องและจริงจังโดยไม่เลือกปฏิบัติ เร่งรัดและกำชับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานให้ดำเนินการโดยด่วน และควรพิจารณาลงโทษหากพบว่าเจ้าหน้าที่ มีส่วนร่วมกระทำความผิดหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่
ขณะที่ พ.อ.พงษ์เพชร เปิดเผยว่า   หน่วยงานของตนได้ทำหนังสือถึงผู้บริหารกรมอุทยานฯ กรมป่าไม้ รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)  เนื่องจากที่ผ่านมา กอ.รมน. ภาค 3 ซึ่งรับผิดชอบภาคเหนือ ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีนายทุนและผู้มีอิทธิพลเข้าบุกรุกทำลายป่าเพื่อปลูกยางพาราค่อนข้างสูง  ทั้งในพื้นที่รับผิดชอบของกรมอุทยานฯ และกรมป่าไม้ โดยเฉพาะพื้นที่บุกรุกใหม่  แต่เจ้าหน้าที่กลับปล่อยปละละเลยไม่ดำเนินการตามกฎหมาย และมีการช่วยเหลือผู้กระทำผิด  ทำให้เกิดความสูญเสียต่อทรัพยากรของชาติอย่างมาก  ซึ่ง กอ.รมน.มีอำนาจตาม พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ  2551 ในการบูรณาการการทำงานของทุกหน่วยงาน เพื่อติดตามว่ามีผู้มีอิทธิพลเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หรือไม่ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้าดำเนินการ   ทั้งนี้ จ.เพชรบูรณ์และพิษณุโลก มีการบุกรุกปลูกยางพารากว่า 1 แสนไร่ ซึ่งใน จ.พิษณุโลก กอ.รมน. ได้ร่วมกับจังหวัด กรมป่าไม้ ทำโครงการพิษณุโลกโมเดล เพื่อคืนผืนป่าให้แผ่นดิน เข้าไปรื้อถอนสวนยางพารา ได้พื้นที่ป่าคืนมาจำนวนมากแล้ว แต่ในส่วนจ.เพชรบูรณ์มีปัญหาคือไม่สามารถหยุดขบวนการรุกป่าได้ เพราะมีนายทุนจากนอกพื้นที่ส่วนมากจากภาคใต้  และเจ้าหน้าที่ ข้าราชการ ฝ่ายการเมืองทั้งระดับท้องถิ่นและระดับชาติเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นปัญหาที่ทำให้หน่วยงานในพื้นที่ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ตนส่งหนังสือถึงทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ รวมทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพราะมีหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง ทหารไม่ได้ต้องการเป็นพระเอก แต่เป็นการขอความร่วมมือในการทำงาน เพื่อหยุดขบวนการรุกป่า เราไม่มีการรังแกชาวบ้าน เพราะส่วนใหญ่เป็นการดำนินการโดยนายทุนผู้มีอิทธิพลที่เข้ามาบุกรุกพื้นที่ใหม่

พ.อ.พงษ์เพชร กล่าวต่อว่า ล่าสุดคณะตนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ ต.น้ำก้อ อ.หล่มสัก  ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยตามมติ ครม. เมื่อปี 2546 ให้กรมอุทยานฯ รับผิดชอบพื้นที่ร่วมกับกรมป่าไม้ หลังเหตุการณ์ดินถล่มจนทำมีประชาชนเสียชีวิตจำนวนมาก พบการบุกรุกนำเครื่องจักรกลหนักเข้าปรับพื้นที่ทั้งที่เป็นเขาสูงชัน  มีหลักหมุดของกรมที่ดินเตรียมออกโฉนดกว่า 2,000 ไร่เศษ จากพื้นบริเวณนี้ที่ถูกบุกรุกในบริเวณนี้ทั้งหมดประมาณ 5,000 ไร่  ซึ่งเจ้าหน้าที่ที่ดินยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่เคยมีการเดินสำรวจและไม่สามารถออกโฉนดได้ ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งตรวจสอบต่อไป
ด้านนายธีรภัทร กล่าวว่า พื้นที่ที่ถูกบุกรุกใน จ.เพชรบูรณ์ เดิมเป็นพื้นที่ความมั่นคง ต่อมามีนายทุนเข้าไปกว๊านซื้อที่จากชาวบ้านเพื่อทำรีสอร์ท และบางส่วนปลูกยางพารา ส่วนมากเป็นพื้นที่ป่าสงวนฯ ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ บางพื้นที่คาบเกี่ยวกรมอุทยานฯ ซึ่งในส่วนของกรมอุทยานฯ ตนก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินการแล้ว  ผู้สื่อข่าวถามว่าเจ้าหน้าที่เกียร์ว่างไม่กล้าจับกุมผู้กระทำผิด เพราะยังไม่มีการแต่งตั้งอธิบดีกรมอุทยานฯ หรือไม่ นายธีรภัทร กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน กรมอุทยานฯ ยังทำงานเต็มที่  ซึ่งตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ไปแล้ว
แหล่งข่าวกรมอุทยานฯ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่โดยเฉพาะในเรื่องการแก้ปัญหาการบุกรุกป่า ในส่วนของกรมอุทยานฯ  เป็นเพราะในช่วงที่ผ่านมาอยู่ในช่วงแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ และจนถึงวันนี้ยังไม่มีการแต่งตั้งอธิบดีกรมอุทยานฯ ตัวจริงขึ้นมาทำหน้าที่ ทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติไม่กล้าดำเนินการใดๆ โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลซึ่งส่วนใหญ่เป็นนายทุนและนักการเมือง เพราะไม่มั่นใจในแนวทางที่แน่ชัดของผู้บริหารทั้งในระดับกรมและกระทรวงว่าจะมีแนวทางในเรื่องนี้อย่างไร.

Comments

comments

เรื่องที่น่าสนใจ


Variety Update